บันทึกแอ่วปาย 14 ม.ค.55
posted on 15 Jan 2012 23:58 by zephyranth in travel directory Travel**โปรดอย่านำรูปไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตนะคะ
**Please don't use these photographs without my permission. Thank you.
เมื่อวันก่อนมีโอกาสได้ไปเที่ยวอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนมาค่ะ ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาเยอะแต่ก็หาเวลาไปไม่ได้ซักที จนในที่สุดก็พยายามหาเวลาว่างที่มีอยู่น้อยนิด (จริงๆคือโดดงานคณะ...) ไปจนได้ แถมยังมีเวลาเที่ยวแค่วันเดียวเลยอาจจะยังไม่ทั่วถึงนัก
เช้าวันที่ 14 ม.ค. ตื่นตั้งแต่ตีห้าครึ่งค่ะ เพื่อนนัดหกโมงครึ่ง จริงๆเราเป็นคนอาบน้ำแต่งตัวเร็วอยู่แล้ว แต่พอดีลืมของสำคัญเลยต้องวิ่งสู้ฟัดกลับไปเอาที่หอในT^T ออกมาก็หกโมงครึ่งพอดี ทริปนี้ไปกันทั้งหมดสิบคน เสร็จเรียบร้อยก็ออกเดินทาง ขอบอกว่าเป็นอย่างที่เขาว่ากันไว้จริงๆ.... ขนาดว่าเราเป็นพวกนั่งรถอึด เจอแบบนี้เข้าไปหลับอย่างเดียวเลย เพราะคลื่นไส้มากถึงมากที่สุด (แล้วดันเสร่อนั่งหลังรถอีกต่างหาก=_=;)
มาถึงจุดหมายแรก อุทยานห้วยน้ำดัง มาถึงช่วงเช้าๆยังไม่สายมาก อากาศเย็นสุดๆ


หมอกเต็มไปหมดอย่างที่เห็นนี่ล่ะค่ะ สุดยอดเลย ดอกไม้ก็สวย
แล้วก็นั่งรถไปต่อที่โป่งน้ำร้อนท่าปายค่ะ จะว่าไปก็คล้ายๆที่แจ้ซ้อนลำปางนั่นแล เป็นบ่อน้ำร้อนอุณหภูมิประมาณ 80 องศา ต้มไข่กินได้ (แต่แพงนะ 3 ฟองตั้ง 20 บาท)

หลังจากกินไข่กันอิ่มหนำสำราญแล้ว (เราไม่ได้กินค่ะ ยังคลื่นไส้จากนั่งรถอยู่....) ก็นั่งรถไปต่อแถวๆสะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย อากาศเริ่มร้อนแล้ว คนก็เยอะ
ถ่ายรูปรวมญาติ (ฮา) นานๆทีจะได้แจมในรูปกับเขาซักที.... เราใส่เสื้อสีแดงเลือดนกค่ะ

(ภาพถ่ายจากกล้องของคุณเพื่อนจ้ะ ขอบคุณมาก)
ก็เดินเล่นกันอยู่ซักพักแล้วก็นั่งรถไปถึงที่พักที่จะพักคืนนี้


คุณป้าเจ้าของที่พักใจดีมากค่ะ ตอนแรกที่เพื่อนโทรไปจองจองห้อง deluxe ห้องเดียว แต่ก็นะคนเยอะ ป้าเค้าเลยเปิดอีกห้องนึงแยกหญิงชายให้ น่ารักมาก^_^ ห้องก็กว้างค่ะ มีแอร์ ทีวี(แถมยังเป็นtrue visions) ห้องน้ำในตัว(น้ำอุ่น) แล้วก็มีห้องครัวด้วย
วิวที่เห็นจากระเบียง

เห็นบรรยากาศแลดูร้อนๆอย่างนี้จริงๆแล้วร่มรื่นทีเดียวนะคะ
มีน้องหมาด้วยสามตัว (เสียดายอีกตัวไปไหนไม่รู้เลยไม่ได้ถ่ายมา)


ตัวบนชื่อน้องข้าวหอม (ตัวล่างไม่ได้ถามชื่อ) ตุ้ยนุ้ยมากเลย เป็นมิตรกับคนด้วย เจ้าของเค้าบอกว่ามันชอบไปอ้อนนักท่องเที่ยวนี่ล่ะค่ะเลยอ้วนแบบนี้ (ฮา) น่าร้ากน่ารัก
หลังจากจัดของกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไปที่วัดพระธาตุแม่เย็น ที่นี่มีจุดชมวิวที่เห็นวิวของปายได้แบบ Panorama เลย พระอาทิตย์ตกสวยมาก

(วิวจริงๆสวยกว่านี้นะ แต่ N95 เรามีกำลังถ่ายได้แค่นี้แหละค่ะ=_=;; ยังไม่มีตังค์ซื้อกล้อง ช่วงนี้กิเลสเยอะ)
เริ่มเย็นแล้วก็ออกเดินทางต่อไปที่ถนนคนเดินค่ะ คนเยอะมากกกกกกกกกกกกกก โดยเฉพาะชาวต่างชาติ มากมายก่ายกอง พวกของฝากอะไรก็เยอะ ของกินก็แยะ (เห็นแล้วลืมอารมณ์ตอนเมารถหมดสิ้น) แต่ถ้าพูดถึงความยาวของระยะทางล่ะก็ เชียงใหม่กินขาดนะ
ตอนที่ถ่ายประมาณซัก 5 โมงเย็นเอง แต่บรรยากาศคึกคักแล้ว

เดินอยู่นาน เพราะไม่รู้จะซื้ออะไรเป็นของฝากดี สุดท้ายก็เลยเลือกแม่เหล็กติดตู้เย็นลายน่ารักๆหกอันร้อยไปฝากเพื่อน orz แล้วก็พวกของกินน่าอร่อยเยอะมากค่ะ เราชอบโรตีชีสอ่ะ (จำชื่อร้านไม่ได้) รสชาติเจ้มจ้นถึงใจคุ้มกับที่ยืนรอต่อคิวจริงๆ ซักประมาณสองทุ่มก็เดินทางกลับมาถึงที่พักแล้วเราก็หลับเป็นตายเลยค่ะเพราะเหนื่อยมาก
วันที่ 15 ม.ค. จริงๆตอนเช้ามีโปรแกรมไปดูทะเลหมอกที่หยุนไหลด้วยแต่เราไม่ได้ไปกับเค้าเพราะตื่นไม่ไหว=_=;; (ต้องตื่นตั้งแต่ประมาณตี 4 น่ะัค่ะ) เสียดายเหมือนกันเพราะดูรูปที่เพื่อนเอามาลงใน facebook แล้วสวยมากกกกก
ช่วงสายๆเพื่อนก็กลับมาที่พัก หลังจากทานข้าวเก็บของเรียบร้อยแล้วก็เตรียมตัวเดินทางกลับ ขากลับแวะร้าน Coffee in Love ด้วย แต่ไม่ได้ซื้อกาแฟหรอก ชมวิวถ่ายรูปเฉยๆ กาแฟแก้วละ 60 บาทสมกับเป็นเมืองท่องเที่ยว... ซึ่งในราคาเดียวกันสามารถซื้อกาแฟแก้วใหญ่กว่าได้ 3 แก้วที่คณะสังคม.... แต่ช่างเถอะ

น้องเหมียวนั่งได้ท่าแซ้บมาก แต่ดูดีๆแล้วน้องมีแผลเลือดไหลที่ขาอ่ะT^T น่าสงสาร
แล้วก็แวะไร่มนตรีแวะชิมสตรอเบอร์รี่ค่ะ จากนั้นก็เดินทางกลับ ขากลับก็หลับแหลก (อีกแล้ว)
สถานที่สุดท้ายที่แวะเที่ยวคือห้วยตึงเฒ่า จังหวัดเชียงใหม่นี่ล่ะค่ะ

คนก็เยอะดี มีบริการเรือหงส์ด้วย (เค้าเรียกว่าอะไรอ่ะ) แต่เราไม่ได้ถีบเรือกับเค้าหรอก นั่งชมวิวนี่แหละ ชมไปชมมาพบว่ามีเด็ก 3 คู่ (ชายหญิง) เล่นน้ำกัน....หรือเล่นอย่างอื่น? เด็กผู้ชายหัวยังเกรียนอยู่เลย ผู้หญิงก็ยังผมเท่าติ่งหูอยู่ ดูแล้วอายุไม่น่าเกิน 15 ฝ่ายชายพยายามกอดจูบผู้หญิง อีผู้หญิงก็ยอมอยู่นั่น ทุเรศลูกตามาก อุบาทว์ที่สุด เห็นแล้วอนาถใจว่านี่หรืออนาคตของชาติ เฮ้อ=_=
ทริปนี้ก็จบลงเท่านี้แหละค่ะ ถ้าไม่นับไอ้เรื่องที่เราไฮไลท์ขาวไว้ก็สนุกมากเลยล่ะค่ะ ประทับใจ สำหรับปายถ้าไปอีกทีก็อยากไปกับครอบครัวจังน้า
แล้วเจอกันเมื่อชาติต้องการจ้ะ บ๋ายบี่




